Location

0 7567 3000

ข่าวเด่น

ขับเคลื่อนไปด้วยกัน! ม.วลัยลักษณ์ จัดงานพบปะ ประชาคมท่าศาลา ปี’69 ยกระดับท้องถิ่นสู่ความยั่งยืน!

อัพเดท : 18/09/2569

64



ม.วลัยลักษณ์ ผนึกกำลัง อำเภอท่าศาลาและภาคีเครือข่าย จัดงานสานสัมพันธ์ประชาคมท่าศาลาปี’69 อธิการบดีย้ำ! มหาวิทยาลัยพร้อมเป็นหลักในถิ่นเพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนให้ชุมชน

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับ อำเภอท่าศาลา และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “สื่อสารภาพลักษณ์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สานสัมพันธ์ประชาคมในอำเภอท่าศาลา” ประจำปี 2569 เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีและเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทุกภาคส่วน ในการร่วมกันพัฒนาท้องถิ่นควบคู่ไปกับการพัฒนามหาวิทยาลัย ท่ามกลางผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้นำชุมชน และสื่อมวลชนกว่า 600 คน ณ ห้องประชุมบุษราคัม ภายในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ไฮไลต์สำคัญคือ การบรรยายพิเศษจาก ศาสตราจารย์ ดร. สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในหัวข้อ “มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง สู่มหาวิทยาลัยอันดับโลก” โดยมี ดร.มงคล ธีระนานนท์ รองอธิการบดี กล่าวแนะนำอธิการบดี พร้อมบอกเล่าเรื่องราว “มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กับภารกิจสานสัมพันธ์ประชาคม”

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ติดอันดับที่ 1201+ ของโลก และอันดับที่ 6 ของไทย จากการจัดอันดับ Times Higher Education World University Rankings 2026 ส่งผลให้ในปีการศึกษา 2569 มียอดผู้สมัครเข้าศึกษาสูงถึง 56,900 คน ด้วยเกรดเฉลี่ยรวม 3.46 สะท้อนความไว้วางใจจากนักเรียนที่มีต่อมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง
 

ในด้านการบริการวิชาการเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยยังเดินหน้าพันธกิจเพื่อสังคมอย่างเข้มข้น จนได้รับการจัดอันดับ THE Sustainability Impact Ratings 2026 ให้อยู่ในอันดับที่ 47 ของโลก และอันดับ 3 ของไทย ผ่านโครงการบริการวิชาการรับใช้สังคมกว่า 95 โครงการ และการสร้างชุมชนต้นแบบด้านความยั่งยืนถึง 7 ชุมชน พร้อมทั้งพัฒนาภูมิทัศน์ภายในให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของอำเภอท่าศาลาให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายประสงค์ จันทร์หยู นายอำเภอท่าศาลา กล่าวเสริมว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น ด้วยจำนวนนักศึกษาและบุคลากรเกือบ 20,000 คน รวมถึงศูนย์การแพทย์ที่มีผู้เข้ารับบริการหลายแสนคนต่อปี ก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย การสร้างงาน และการขยายตัวของธุรกิจที่พักและร้านอาหารในพื้นที่ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังนำองค์ความรู้และงานวิจัยมาช่วยแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้าประมงอ่าวทองคำ และพืชเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ ทุเรียน มะพร้าว และมังคุด พร้อมวิจัยหาสารทดแทนเคมีเพื่อลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน


   
   

ภายในงานยังมีพิธีมอบรางวัล “ชุมชนต้นแบบร่วมพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” ภายใต้วิสัยทัศน์ “เป็นหลักในถิ่น” ให้แก่ 7 ชุมชนต้นแบบ ได้แก่ ชุมชนธนาคารปูม้าบ้านใต้ (เกาะสมุย), ชุมชนธนาคารปูม้าบ้านหาดสมบูรณ์ (ท่าชนะ), ชุมชนธนาคารปูม้าบ้านในถุ้ง (ท่าศาลา), ชุมชนบ้านเขาวัง (ร่อนพิบูลย์), วิสาหกิจชุมชนกลุ่มมังคุดชะอวดพูนผล (ชะอวด), ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดโคกเหล็ก และโรงเรียนชุมชนใหม่ (ท่าศาลา)

ปิดท้ายด้วยเวทีเสวนาหัวข้อ “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม ร่วมพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สุรินทร์ ไหมศรีกรด รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาการศึกษาและสื่อสารองค์กร, นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช, นายสิทธิพันธุ์ ปิติเจริญกิจ ประธานที่ปรึกษา YEC หอการค้าจังหวัดฯ และนายเจริญ โต๊ะอิแต ผู้แทนศูนย์เรียนรู้ธนาคารปูม้าฯ ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการยกระดับทุนมนุษย์ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมท่าศาลาให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งพร้อมเป็นหลักในถิ่นให้กับพื้นที่ท่าศาลา พร้อมเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาทั้งสองฝ่ายให้ก้าวหน้าไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

Mourning Ribbon