Location

0 7567 3000

สารจากอธิการบดี

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยระดับโลก

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (Walailak University) ก้าวเข้าสู่ปีที่ 34 โดยได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างโดดเด่นมาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งในฐานะมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Sustainable Growth in Education and Green Environment” มหาวิทยาลัยมีความมุ่งมั่นในการสร้างบัณฑิตแห่งอนาคตที่มีทั้งความเป็นเลิศทางวิชาการและทักษะวิชาชีพที่เข้มแข็ง นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยังเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ที่กำหนดให้นักศึกษาในหลักสูตรที่ไม่อยู่ภายใต้การรับรองของสภาวิชาชีพทุกคนต้องผ่านการเรียนรู้ในระบบสหกิจศึกษาเป็นระยะเวลา 8 เดือน ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยพัฒนาและเสริมสร้างคุณลักษณะของบัณฑิตให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ ตลอดจนพัฒนาทักษะวิชาชีพให้บัณฑิตมีความพร้อมสำหรับโลกของการทำงาน และสร้างความมั่นใจในการก้าวเข้าสู่สายอาชีพในอนาคต

ด้านความสำเร็จในระดับสากล ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกโดย Times Higher Education (THE) ล่าสุด มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่ม 6 อันดับแรกของประเทศไทย และอยู่ในกลุ่มอันดับ 1201+ ของโลก แม้เราจะเป็นน้องใหม่ในเวทีการจัดอันดับโลก แต่มหาวิทยาลัยมีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าจะสามารถก้าวขึ้นสู่อันดับที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยยังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 93 ของโลกจากการจัดอันดับ THE Impact Rankings ซึ่งสะท้อนถึงความก้าวหน้าในการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) และที่น่าภาคภูมิใจยิ่งคือ การได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 1 ของโลกด้านการสนับสนุน SDG 5: ความเท่าเทียมทางเพศ

ในส่วนของการจัดการศึกษา ระบบประกันคุณภาพของมหาวิทยาลัยได้ถูกพัฒนาขึ้นจากแนวทางของเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (AUN-QA) เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานสากล ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยได้นำกรอบมาตรฐานวิชาชีพของสหราชอาณาจักร (The United Kingdom Professional Standards Framework) หรือ UKPSF มาประยุกต์ใช้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมทักษะการคิด วิเคราะห์ และการสังเคราะห์ให้แก่นักศึกษา

ในยุคปัจจุบันที่โลกเชื่อมโยงถึงกันมากขึ้น ความสามารถด้านภาษาอังกฤษได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการแข่งขันในระดับสากล มหาวิทยาลัยจึงกำหนดให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทุกคน ต้องเข้าร่วมหลักสูตรเสริมทักษะภาษาอังกฤษแบบเข้มข้นเป็นระยะเวลา 1 เดือน เพื่อปูพื้นฐานที่แข็งแกร่ง นอกเหนือไปจากการเรียนภาษาอังกฤษพื้นฐานที่จัดให้รวมกว่า 390 ชั่วโมง ซึ่งนับเป็นจำนวนที่สูงกว่ามาตรฐานระดับประเทศ ทั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังให้นักศึกษาสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น ห้องเรียนภาษาอังกฤษพื้นฐานยังได้จำกัดจำนวนนักศึกษาไว้ที่ประมาณ 25 คนต่อห้อง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมและคณาจารย์สามารถดูแลนักศึกษาได้อย่างใกล้ชิด

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ให้ความสำคัญกับนักศึกษาอย่างแท้จริง โดยมุ่งหวังให้นักศึกษาทุกคนได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีที่สุดตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย เราได้จัดเตรียมห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classrooms) และห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย เพื่อสนับสนุนสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นอกจากนี้ นักศึกษายังจะได้รับประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาอย่างครบครัน ตลอดจนหอพักคุณภาพภายในมหาวิทยาลัยที่สามารถรองรับนักศึกษาได้เกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนนักศึกษาทั้งหมด

ด้านการวิจัย ความเป็นเลิศในงานวิจัยยังคงเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ ปัจจุบันผลงานวิจัยประมาณร้อยละ 80 ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับ Q1 ในฐานข้อมูล Scopus และเพิ่มเป็นร้อยละ 90 เมื่อรวมผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับ Q1 และ Q2 เข้าด้วยกัน นอกจากนี้ มากกว่าร้อยละ 60 ของงานวิจัยยังเกิดขึ้นจากความร่วมมือกับนักวิจัยระดับนานาชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทในเวทีโลกและการเติบโตทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ไม่เพียงแต่เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 9,594 ไร่ แต่ยังเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ได้รับการพัฒนาภูมิทัศน์ให้ร่มรื่น สวยงาม คำนึงถึงประโยชน์ในอนาคตและใส่ใจในทุกรายละเอียด ภายในมหาวิทยาลัยประกอบด้วยพื้นที่สวนสาธารณะขนาด 250 ไร่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับการพักผ่อนและฟื้นฟูสุขภาวะของนักศึกษาและประชาชนทั่วไป ขณะที่อุทยานพฤกษศาสตร์ขนาด 1,350 ไร่ ทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่อนุรักษ์และศูนย์การเรียนรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญของภาคใต้ ในด้านการแพทย์ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขนาด 540 เตียง ซึ่งให้บริการการรักษาโรคเฉพาะทาง ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ยิ่งไปกว่านั้น ในอนาคตอันใกล้ มหาวิทยาลัยยังมีโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมแห่งใหม่ขนาด 4,500 ที่นั่ง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับการจัดประชุมวิชาการ งานระดับนานาชาติ และกิจกรรมขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัย

เมื่อก้าวเข้าสู่ปี พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะยังคงมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการขับเคลื่อนพันธกิจด้านการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการแก่สังคม เราพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนส่งเสริมสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของประชาคมโลก โดยเราจะร่วมกันสร้างสรรค์ให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยืนหยัดเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำแถวหน้าของประเทศไทย และได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องในเวทีทั้งระดับชาติและนานาชาติต่อไป

ศาสตราจารย์ ดร. สมบัติ ธำรงธัญวงศ์
อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

Mourning Ribbon