
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ขับเคลื่อนการส่งเสริม สนับสนุนทุนเพื่อพัฒนาการวิจัยและบุคลากรด้านการเกษตร เพื่อต่อยอดผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง ยกระดับศักยภาพเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมของประเทศ
วันนี้ (7 พฤษภาคม 2569) ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี มวล. และ นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ สวก.ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง "การส่งเสริมสนับสนุนทุนเพื่อการพัฒนาการวิจัยการเกษตรและบุคลากรด้านการเกษตร" ระหว่าง สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) กับ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมสนับสนุนทุนเพื่อพัฒนาการวิจัยและบุคลากรด้านการเกษตร ต่อยอดผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริงของประเทศ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ มีอยู่ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน ท่ามกลางคณะผู้บริหารและบุคลากรของทั้งสองฝ่าย พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มวล. และ นางสาวศิริกร วิวรวงษ์ รองผู้อำนวยการ สวก. ลงนามเป็นพยาน ณ ห้องประชุมโมคลาน อาคารศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้มีเจตนารมณ์สำคัญในการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) โดย มวล.เล็งเห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนภาคเกษตรด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นกลไกหลักในการพัฒนาประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญหลัก 4 ด้าน ได้แก่ 1) เพื่อส่งเสริมพัฒนาและต่อยอดโครงการวิจัยด้านการเกษตรให้นำไปสู่การใช้ประโยชน์จริง ทั้งในเชิงนโยบาย เชิงสาธารณะ และเชิงพาณิชย์ 2) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถของบุคลากรวิจัยด้านการเกษตร ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และการจัดฝึกอบรมสัมมนาร่วมกัน 3) เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูล เครื่องมือ อุปกรณ์ และสถานที่ร่วมกันเพื่อให้การดำเนินงานวิจัยบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และ 4) เพื่อสนับสนุนการสื่อสารข้อมูลสารสนเทศ ด้านการวิจัยการเกษตรให้เข้าถึงเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมการเกษตรไทย
“มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญและโครงสร้างพื้นฐาน เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือที่มีกำหนดระยะเวลา 3 ปีต่อจากนี้จะนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม” อธิการบดี มวล.กล่าว
ด้าน นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นับเป็นหมุดหมายสำคัญของการเดินหน้าสู่การยกระดับการวิจัยการเกษตรเพื่อนวัตกรรมสุขภาพของประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ สวก.และ มวล. ได้มีการจัดทำ MOU ร่วมกันเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2563 และสิ้นสุดลง เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2566 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว มีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ 1) การสนับสนุนงานวิจัยแก่ มวล. จำนวน 8 โครงการ เป็นมูลค่างบประมาณ 15,644,550 บาท โดยเกิดเป็นผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์และสร้างผลกระทบเชิงบวกในพื้นที่ อาทิ โครงการพัฒนา RAINS for Thailand Food valley ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ตลอดจน โครงการการฟื้นฟูทรัพยากรและยกระดับการประมงปูม้าสู่มาตรฐานสากล 2) การส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ผ่านโครงการ "พัฒนาทักษะเกษตรอัจฉริยะ" เพื่อพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยด้านการเกษตรสมัยใหม่สู่เกษตรกรในชุมชนอย่างเป็นระบบ
"การลงนาม MOU ในวันนี้ถือเป็นการต่อยอดผลสำเร็จของความร่วมมือระหว่าง สวก.กับ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และเพื่อรักษาความต่อเนื่องของการสนับสนุนทุนวิจัยการพัฒนาบุคลากรด้านการเกษตร และการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่และเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับบทบาทของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อพัฒนาและยกระดับด้านการเกษตรของประเทศไทย ซึ่งจะนำไปสู่การบูรณาการองค์ความรู้ด้านการเกษตรและสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม ก่อให้เกิดนวัตกรรมการเกษตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ และเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนความมั่นคงของระบบเกษตรและอุตสาหกรรมของประเทศไทยไทยในระยะยาว” ผอ.สวก.กล่าวทิ้งท้าย




ข่าวและภาพ : ชลธิชา ลิมปิติ ส่วนสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์