ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุเทน ได้ศึกษาวิจัยคาร์บอนรูพรุนจากชีวมวลภายในประเทศ เช่น ไม้ยางพารา น้ำยางพารา ปาล์มน้ำมัน พอลิเมอร์ชีวภาพ และพอลิเมอร์สังเคราะห์กลุ่มฟีนอลิคเรซิ่น เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในงานด้านต่าง ๆ เช่น ตัวเก็บประจุไฟฟ้ายิ่งยวด (Supercapacitor) เซลล์เชื้อเพลิง (Fuel cell) ตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) ตัวรองรับตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalyst support) ตัวดูดซับ (Absorbent) และการตรวจวัดแก๊ส (gas sensor) เป็นต้น
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุเทน เล่าว่าในระหว่างที่ศึกษาอยู่ในระดับปริญญาเอก ได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับวัสดุที่มีรูพรุนจำพวกพอลิเมอร์/คาร์บอนและวัสดุนาโนจำพวกซีโอไลต์ หลังจากสำเร็จการศึกษาได้มาเป็นอาจารย์ที่สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เมื่อปี 2557 โดยยังคงให้ความสนใจงานวิจัยที่เกี่ยวกับคาร์บอนรูพรุนต่อเนื่อง
เช่น การศึกษาวิจัยคาร์บอนรูพรุนจากพอลิเบนซอกซาซีนผ่านกระบวนการโซล-เจลและการไพโรไลซิส คาร์บอนรูพรุนจากชีวมวลปาล์มน้ำมัน และการวิจัยวัสดุรูพรุนชนิดอื่น เช่น วัสดุโครงข่ายโลหะอินทรีย์ (MOF) วัสดุกลุ่ม Aluminosilicate เช่น ซีโอไลต์ (Zeolite) ซึ่งใช้งานทางด้านการดูดซับ ตัวเร่งปฏิกิริยา และการเคลือบผิว
"คาร์บอนรูพรุน" เป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติโดดเด่นหลายประการ อาทิ เป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา สภาพรูพรุนสูง และมีพื้นที่ผิวสูง เสถียรต่อสารเคมี เสถียรต่อความร้อนในสภาวะไร้อากาศ จึงสามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ตัวเก็บประจุไฟฟ้ายิ่งยวด เซลล์เชื้อเพลิง แบตเตอรี่ ฉนวนความร้อน และการตรวจวัดแก๊ส เป็นต้น
มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ (Scopus/ISI) กว่า 15 เรื่อง อาทิ:
นอกจากนี้ ผลงานวิจัยในวารสาร Journal of Colloid and Interface Science (ISI Q1/Scopus Q1) ยังผ่านเกณฑ์พิจารณาทั้งด้านคุณภาพงานวิจัยและรูปแบบความน่าสนใจ จากบทความทั้งหมดจำนวน 63 บทความ จนได้รับการคัดเลือกให้ขึ้นปกวารสารดังกล่าวใน volume 566 อีกด้วย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุเทน ยังได้รับทุนวิจัยจากหลากหลายหน่วยงาน เช่น กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน, สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ, การยางแห่งประเทศไทย, สกสว., บพค. มีผลงานเขียน Book Chapter 1 บท ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Elsevier และร่วมนำเสนอผลงานในการประชุมนานาชาติ เช่น ที่อเมริกา ญี่ปุ่น และทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินบทความ (Reviewer) ในวารสารชั้นนำหลายฉบับ
ภาคใต้มีอุตสาหกรรมยางพาราจำนวนมาก ทำให้มีเศษเหลือชีวมวล เช่น ขี้เลื่อยไม้ยาง หรือเศษน้ำยาง การนำเศษเหลือเหล่านี้มาแปรรูปเป็น "คาร์บอนรูพรุน" ช่วยลดของเสีย เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืน (BCG Model)
คาร์บอนรูพรุนจากชีวมวลไม้ยางพารา ปาล์ม มีคุณสมบัติเหมาะสมเยี่ยมในการนำมาทำ "ขั้วอิเล็กโทรด" สำหรับตัวเก็บประจุไฟฟ้ายิ่งยวด (Supercapacitor) ซึ่งสามารถประจุไฟรวดเร็ว อายุยาวนาน ตอบสนองกระแสยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต

